สมอง
สมอง เป็นอวัยวะที่มีการเสื่อมเร็วมากที่สุดอันหนึ่งของร่างกาย เมื่อเรา เกิดขึ้นมา จนถึงอายุเพียงไม่กี่ปี ภายหลังคลอด ช่วงนี้สมองจะมีการพัฒนาอย่าง ต่อเนื่อง หลังจากนั้น ก็นับเป็นการเริ่มต้นของการเสื่อม อย่างเป็นทางการ แต่ เป็นการเสื่อมที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า เหมือนอย่างเช่นผิวหนัง เป็นการเสื่อม
ภายใน ที่หากไม่ประเมินให้ดีแล้วก็ไม่อาจทราบได้ว่า มีการเสื่อมของสมองเกิดขึ้น แล้ว ลองหลับตานึกถึงผู้ใหญ่หลายท่าน หรือ นักธุรกิจผู้มั่งคั่ง ที่สามารถลบริ้ว รอยแห่งกาลเวลาที่มองเห็นภายนอกไปได้ ด้วยการฉีดยาเข้าที่ใบหน้าบ้าง ใส่ วิกปลอมบ้าง ผ่าตัดเสริมความงามให้เต่งตึงบ้าง สวมเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ปกปิดส่วน บกพร่องของร่างกาย แต่เมื่อมีการปฏิสันถารด้วยวาจา ผู้คนรอบข้างจะพบความจริงที่ถูกซ่อนเร้น คือ การทำงานของสมองที่ไม่ดีเหมือนเมื่ออายุยังน้อย เป็นต้น ว่า เริ่มมีการพูดลักษณะที่ฝรั่งเรียกว่า “tip-of-tongue” ทำนองว่า รู้เรื่องนั้นดี แต่ ทำไมมันติดอยู่ที่ปาก พูดออกมาไม่ได้ในทันที ความสามารถในการจำสิ่งใหม่ๆลดลง ประสิทธิภาพในการตัดสินใจลดลง ความสามารถในการคำนวณลดลง หรือ แม้แต่บางครั้งก็จำไม่ได้ว่า เมื่อสักครู่ก่อนเดินเข้าห้างสรรพสินค้า เราจอดรถไว้ที่ ชั้นใด ช่องจอดอะไร เป็นต้น
กิจวัตรประจำวัน ที่ควรและไม่ควรทำเพื่อชะลอวัยสมอง
การออกงานสังคม หรือ พบปะพูดคุยกับผู้คน ถือเป็นการออกกำลังในส่วนของสมองที่ดีมากอย่างหนึ่ง ทั้งนี้สมองก็เหมือนกล้ามเนื้อที่จำเป็น ต้องมีการใช้งาน หรือ ออกกำลังเพื่อคงประสิทธิภาพการทำงานไว้อย่างต่อเนื่อง การแก้ปัญหา เช่น การต่อจิ๊กซอว์ การขบคิดปริศนา หรือ กิจกรรมใดๆ ที่มีการกระตุ้นให้เกิดกระบวนการคิดเพื่อแก้ปัญหา การทำงาน ให้คำปรึกษาในการแก้ปัญหาต่างๆเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความทรงจำของ สมองได้มาก
การออกกำลังกาย โดยเฉพาะการออกกำลังกาย ชนิดแอโรบิก
เป็นต้นว่า การเดินเร็วๆ การวิ่งเหยาะๆ เป็นระยะทางพอสมควร การว่ายน้ำ จะช่วยเพิ่มปริมาณเลือด ที่ไปเลี้ยงสมองอย่างเป็นธรรมชาติ และ ยังเป็นผลทางอ้อมให้มีการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทมากขึ้น เหมือนเมื่อเรายังหนุ่มสาวอยู่ วงจรของระบบประสาทที่มีการเชื่อมต่อกันอย่างดี จะทำให้ระบบความคิด ความทรงจำ กลับมาทำงานได้ดี โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยาใดๆ ความรู้ข้อนี้ ได้รับการวิจัย และ ศึกษาอย่างเป็นระบบ และ ได้รับคำตอบยืนยันตรงกันว่า ผู้ที่ออกกำลังกายจนแข็งแรงตามวัย จะมีสมองที่เฉียบคมอยู่เสมอ และ ผู้ที่เคยมีปัญหาเรื่อง น้ำหนัก เมื่อกลับมาควบคุมน้ำหนัก ด้วยการออกกำลังกาย จทำให้สมองกลับมาทำงานได้ดีขึ้น
ให้อาหารสมองอย่างถูกต้อง และ พอเพียง
การกินอาหาร ที่มีสารแอนติออกซิแดนท์ ซึ่งพบได้ในผลไม้ และ ผักหลากสีนั้น นอกจากจะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ ซึ่งมีผลต่อการต่อต้านโรคมะเร็งแล้วยังมีผลดีต่อสมองอีกด้วย การเร่งความเร็วด้วยการฝึกสมอง เช่น Brain FitnessProgram ซึ่งมักประกอบด้วยโปรแกรมการฝึกภาษา และ การได้ยิน โปรแกรม
เหล่านี้ ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำให้สมองกลับมาทำงานได้ดีขึ้น แม้อายุร่างกาย การเสื่อมของสมอง
จะมากขึ้นแล้ว บริษัท นินเทนโด ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทเกมชื่อดัง ได้ ออกแบบเกมสำหรับพกพาเรียกว่า “Brain Age” เราจะเห็นคนจำนวนมากในญี่ปุ่นใช้เวลาระหว่างนั่งรถไฟ หรือ รอรถเมล์ ด้วยการเล่นเกมฝึกสมองเหล่านี้ ซึ่งเชื่อกัน ว่า เกมเหล่านี้ เป็นเสมือนเลนส์ ที่รวมแสง หรือ สมาธิของคนเราให้มาจดจ่อกับ สิ่งที่อยู่ตรงหน้า และ ทำให้สมองเกิดการเรียนรู้ (learning mode) และ ซ่อมแซมวงจรประสาทของตนเอง ให้สงบเพื่อผ่อนคลาย แม้ว่าการกระตุ้นการทำงานของสมองด้วยกิจกรรมบางอย่าง จะมี ความสำคัญในการชะลอวัยสมอง แต่ การผ่อนคลาย เมื่อมีโอกาสอันควร ก็มีความสำคัญไม่ต่างกัน เราควรหาเวลาหยุดพักในการคิดทุกเรื่องในบางช่วงเวลาของชีวิต หายใจเข้า – ออก ยาวๆลึกๆ ทำจิตให้สงบ และผ่อนคลาย ในช่วงระยะเวลาที่เราเครียดจากการทำงาน ความเครียดจากการทำงานไม่ดีต่อเซลล์สมองเลย ความเครียดเหล่านี้ จะทำลายกระบวนการเรียนรู้ และ ความจำของคนเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมองส่วนที่เรียกว่า hippocampus ซึ่งมีหน้าที่ในการกระตุ้นให้เกิดความทรงจำตามมา
การหาความสงบเพื่อผ่อนคลาย หาได้จากการออกกำลัง หรือ การเล่น โยคะ
หากท่านนับถือศาสนาพุทธ การทำสมาธิ (meditation) ก็เป็นวิธีเพื่อให้ได้มาซึ่งความสงบและผ่อนคลายที่ดีมาก จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์ วาร์ด พบว่า นักศึกษาที่อดนอน จะสูญเสียความสามารถในการแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ไปอย่างมาก เมื่อเทียบกับกลุ่มที่พักผ่อนพอเพียง
การหัวเราะ... การหัวเราะไปกระตุ้นให้มีการหลั่งสารเคมีในสมองที่เรียกว่า โดพามีน (dopamine) ซึ่งเชื่อกันว่า สารเคมีตัวนี้ เป็นสารเคมีที่ทำให้เรารู้สึกสบาย และ ผ่อนคลาย (feel good chemical) มองโลกในแง่ดี จะช่วยลดความเครียด ที่มาเกาะกินสมอง และ ในขณะเดียวกันก็ทำให้เรามีความรู้สึกสงบได้ง่าย
การดูทีวี เป็นกิจกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง ความเข้าใจที่ว่า การดูทีวีจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองเป็นความเข้าใจผิดๆ โดยเฉพาะรายการที่ไร้สาระรายการที่มิได้ช่วยกระตุ้นการคิด แท้ที่จริงแล้ว การนั่งอยู่หน้าจอทีวีเป็นเวลานานๆ ในการดูรายการที่ไร้สาระ รายการที่มิได้ช่วยกระตุ้นการคิด จะทำให้สมองทึบ
ยิ่งขึ้นไปอีก ไม่ต่างกับการดื่มแอลกอฮอล์ หรือ การติดยากล่อมประสาท ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่า การนั่งเฝ้าหน้าจอทีวี ที่ดูแต่รายการที่ไร้สาระ รายการที่มิได้ช่วยกระตุ้นการคิด จะทำให้สมองเสื่อมเร็วขึ้น คือ ผู้สูงอายุในสังคมตะวันตก ซึ่งมักอยู่ตามลำพังเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้ต้องหันหน้าเข้าหาทีวี เฝ้าดูแต่ รายการที่ไร้สาระรายการที่มิได้ช่วยกระตุ้นการคิด เราจะพบว่า ผู้สูงอายุเหล่านี้มีการเสื่อมของสมอง
เร็วกว่ากลุ่มที่มี กิจกรรมพบปะสังสรรค์ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่าง ต่อเนื่องค่อนข้างมาก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น